BKK Trains.com

Author Topic: เรื่องของ...ประตูรถไฟฟ้า Airport Rail Link  (Read 3789 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline bkktrains.com

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • Posts: 80
  • คะแนน : 0
  • BKK Trains.com Admin
    • BKK Trains.com :: Bangkok Trains Network and Community
เรื่องของ...ประตูรถไฟฟ้า Airport Rail Link


ติ๊ดๆๆๆๆๆ … ปรั่ก!!! นี่คือเสียงที่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า Airport Rail Link นั้นได้ยินกันเป็นประจำ ซึ่งเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงที่เกิดจากการทำงานของระบบประตูของรถไฟฟ้ายี่ห้อ Siemens ตระกูล Desrio รุ่น 360/2 (Siemens Desiro Class 360/2) ให้บริการในเส้นทางรถไฟฟ้า Airport Rail Link ทั้ง City Line และ Express Line

ทำไมประตูรถไฟฟ้า Airport Rail Link จึงมีเสียงดัง?

ในการใช้งานปัจจุบัน ระบบประตูที่ใช้กับรถไฟฟ้านั้น จะมีอยู่ทั้งหมด 3 รูปแบบด้วยกัน คือ

  • Outside Sliding Door
    • Pneumatic outside sliding door
    • Electric outside sliding door
  • Pocket Sliding Door
    • Pneumatic pocket sliding door
    • Electric pocket sliding door
  • Plug-in Door
    • Pneumatic plug-in door
    • Electric plug-in door

ซึ่งในการทำงานของประตูในแต่ละแบบ จะมีการทำงานด้วย 2 ระบบ คือ ใช้แรงดันลมในการเปิด-ปิด (Pneumatic system) และ ใช้ระบบไฟฟ้าในการเปิด-ปิด (Electric system) ซึ่งกลไกแบบใช้แรงดันลมนั้น จะใช้ลมจากหม้อลมชุดเดียวกันกับที่ใช้ในระบบเบรคของขบวนรถ ส่วนกลไกแบบใช้ไฟฟ้า จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนประตู

1.Outside Sliding Door


Outside Sliding Door จะเป็นประตูบานเลื่อนแบบทั่วไป และตัวบานประตูจะอยู่ด้านนอกของตัวรถ แบบรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้า MRT

ซึ่งระบบประตูแบบนี้ จะมีส่วนของประตูที่ยื่นออกมาจากตัวถังรถด้านข้าง อาจจะทำให้เกิดกระแสนลมวน หากกรณีรถวิ่งด้วยความเร็วสูง และอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นรถไฟฟ้าความเร็วสูง จึงไม่นิยมใช้ระบบประตูแบบนี้กัน

2.Pocket Sliding Door

Pocket Sliding Door จะเป็นประตูบานเลื่อนแบบทั่วไป แต่ตัวบานประตูจะอยู่ด้านในของตัวรถ เวลาประตูเปิด บานประตูจะถูกเลื่อนเก็บเข้าไปในช่อง หรือซอง (Pocket) ซึ่งประตูแบบนี้จะนิยมใช้กันมากในรถไฟฟ้าของประเทศญี่ปุ่น และรถไฟดีเซลรางหลายๆ รุ่น ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ถึงแม้ว่าระบบประตูแบบ Pocket Sliding Door จะไม่มีส่วนของประตูที่ยื่นออกมาจากตัวถังรถด้านข้าง ที่อาจก่อให้เกิดกระแสนลมวน แต่จะมีส่วนของตัวถังรถยื่นออกมาแทน แต่ความหนาของผนังรถจะไม่หนามากเมื่อเทียบเท่ากับบานประตูของ ระบบประตูแบบ Outside Sliding Door แต่หากกรณีรถวิ่งด้วยความเร็วสูง และอาจทำให้เกิดความเสียหายได้กับตัวถังได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นรถไฟฟ้าความเร็วสูง จึงไม่นิยมใช้ระบบประตูแบบนี้กัน

3.Plug-In Door


Plug-In Door จะเป็นประตูบานเลื่อนชนิดหนึ่งที่สามารถหุบหรือถึงเข้ามาให้เสมอกับตัวถังของขบวนรถได้ เมื่อประตูถูกปิดลง ซึ่งมีกลไกการทำงานดังนี้ เมื่อประตูถูกเปิดออก บานประตูจะถูกดันออกมาที่ระยะหนึ่งและเลื่อนตัวเองเพื่อเปิดช่องประตู และเมื่อต้องการจะปิด บานประตูจะเลื่อนมาที่ตำแหน่งปิด พร้อมกับถูกดึงเข้าสู่ตัวรถ ทำให้บริเวณด้านข้างของตัวรถ มีความเรียบ ไม่เกิดกระแสลมวน รวมถึงลดเสียงที่จะเกิดขึ้นกับการหมุนวนของกระแสลมที่ขอบบานประตูได้

โดยประตูแบบ Plug-In Door ถูกออกแบบมาให้ใช้บนเครื่องบิน และห้องที่ต้องการควบคุมความดัน หรืออุณหภูมิเป็นหลัก เนื่องจากสามารถซีล หรืออุดช่องว่างระหว่างพื้นที่ที่มีความดัน หรืออุณหภูมิแตกต่างกันได้ แต่สำหรับรถไฟก็มีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย อาทิเช่น

  • MTR ADTranz/CAF EMU จาก ADTranz/CAF
  •    MTR Rotem EMU จาก Hyundai Rotem/ Mitsubishi Heavy Industries
  • Desiro Series จาก Siemens AG (Airport Rail Link)
  • Bombardier MOVIA 456 จาก Bombadier Transportation (Shenzhen Metro)
  •    รถไฟความเร็วสูง ICE, TGV และ CRH
  • รถไฟดีเซลราง แดวู และ สปรินเตอร์ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ในรถไฟไม่ได้มีจุดประสงค์ไว้เพื่อควบคุมความดันหรืออุณหภูมิแต่อย่างไร และไม่สามารถควบคุมความดันหรืออุณหภูมิได้ แต่มีจุดประสงค์ด้านอากาศพลศาสตร์ โดยไว้เพื่อ ลดกระแสลมวน รวมถึงลดเสียงที่จะเกิดขึ้นกับการหมุนวนของกระแสลมที่ขอบบานประตู ซึ่งส่วนใหญ่รถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟที่ต้องการทำความเร็ว จะใช้ระบบประตูแบบนี้กันมาก เนื่องจากมีผลในเรื่องของกระแสลมวนบริเวณของประตู

โดยส่วนมาก รถไฟฟ้าที่ใช้ระบบประตูแบบ Plug-In Door จะมีเสียงดังเกิดขึ้นในช่วงจังหวะที่ประตูปิดสนิท ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นในระหว่างการปิดประตู เกิดการกลไกการทำงานของระบบประตู โดยเฉพาะช่วงที่ประตูหุบเข้ามาในขบวนรถ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตระบบประตูให้กับรถขบวนนั้นๆ ซึ่งสามารถออกแบบกลไกให้ทำงานเงียบได้ me.shประตูรถไฟแบบ Plug In Door มีทั้งแบบเสียงดัง และแบบเงียบครับ ขึ้นอยู่ว่าจะทำแบบไหน (ลองชมตัวอย่างได้จากในคลิปด้านล่าง)

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=K-CbpJtEM9I" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=K-CbpJtEM9I</a>
Plug-in door on MTR ADTranz/CAF EMU จาก ADTranz/CAF

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=qoyZjnFoqh8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=qoyZjnFoqh8</a>
Plug-in door on MTR Rotem EMU จาก Hyundai Rotem/ Mitsubishi Heavy Industries

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=eiRH_NG0AYg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=eiRH_NG0AYg</a>
Plug-in door on SARL Siemens Desiro Class 360/2 จาก Siemens AG.

สำหรับรถไฟฟ้า Airport Rail Link ซึ่งตัวขบวนรถ Siemens Desiro Class 360/2 มีพื้นฐานมาจากรถไฟฟ้าความเร็วสูง มีความเร็วสูงสุดถึง 160 km/h ได้เลือกใช้ระบบประตูแบบ Plug-In Door ซึ่งรถไฟฟ้ารุ่นดังกล่าว จะใช้ระบบประตูแบบ Plug-in Door ที่ใช้ระบบลมเป็นตัวช่วยในการเปิด-ปิดบานประตู (Pneumatic Plug-in Door) และเสียงดังที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากกลไกของประตูเวลาที่ประตูถูกดึงกลับเข้ามาในตัวรถ หากท่านผู้อ่านลองสังเกตที่บริเวณด้านล่างของประตู จะมีอุปกรณ์ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสปริง คอยดึงประตูกลับ พอประตูปิดมาถึงตำแหน่ง อุปกรณ์ตัวนี้จะทำการดึงประตูให้หุบเข้ามาในตัวรถ จึงทำให้เกิดเสียงดังและเสียงแบบนี้เป็นปกติของระบบประตูแบบ Plug-In Door

ประตูรถไฟฟ้า Airport Rail Link จะมีอันตรายต่อผู้โดยสารหรือไม่?

ในส่วนของความปลอดภัยนั้น ระบบประตูของรถไฟฟ้า Airport Rail Link จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุ อยู่บริเวณชุดควบคุมประตูด้านบน โดยเซ็นเซอร์ดังกล่าว จะใช้การตรวจจับจากกระทบกันของวัตถุและบานประตู (Jam Protection Sensor) ซึ่งหากมีวัตถุมาขัดขวางการปิดของประตู ตัวเซ็นเซอร์จะ Detect ได้ และประตูจะหยุดการเคลื่อนที่ หรือเปิดออกอีกครั้ง แล้วแต่กรณี

แผงควบคุมข้างประตูมีไว้ทำอะไร?

   ในรถไฟฟ้า Airport Rail Link นั้น จะแตกต่างจากรถไฟฟ้า BTS และ MRT ตรงที่ จะมีแผงควบคุมประตูอยู่บริเวณด้านนอก และด้านใน ซึ่งรถไฟฟ้า Airport Rail Link นี้ จะมีโหมดการควบคุมประตูอยู่ 2 แบบ ดังนี้

1.   ระบบอัตโนมัติ (โดยพนักงานควบคุมรถ / ระบบอาณัติสัญญาณในกรณีใช้ระบบ Driverless)
ในรูปแบบนี้ จะเป็นรูปแบบปกติทั่วไปในการเดินรถ โดยพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า จะเป็นผู้ควบคุมประตูทั้งหมด ทั้งในการเปิด และปิด โดยในการเดินรถปกตินั้นจะใช้รูปแบบนี้เป็นหลัก เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

2.   ระบบกึ่งอัตโนมัติ (โดยผู้โดยสารและพนักงานควบคุมรถไฟฟ้า)

ในรูปแบบนี้ เมื่อขบวนรถไฟฟ้าจอดที่สถานี พนักงานควบคุมรถไฟฟ้าจะใช้ปุ่มปลดล๊อคประตู ทำให้ประตูทุกชุดในด้านที่ถูกปลดล๊อค สามารถเปิดออกได้ โดยจะมีสัญญาณเสียงดังขึ้น แต่ประตูจะยังไม่เปิดออกทันที หากผู้โดยสารต้องการเข้าออกขบวนรถที่ประตูตำแหน่งใด สามารถทำได้โดยกดปุ่มเปิดประตู “OPEN” ที่ประตูชุดนั้นๆ และที่ด้านในของขบวนรถ สามารถกดปุ่มปิดประตู “CLOSE” เพื่อให้ประตูปิดก่อนเวลาออกรถได้

และเมื่อถึงเวลาออกรถ พนักงานควบคุมรถไฟฟ้าจะทำการกดปุ่มปิดและล๊อคประตู ซึ่งจะทำให้ประตูชุดที่ยังถูกเปิดอยู่ ปิดลง และล๊อคประตูทุกบาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับออกรถ
สำหรับรูปแบบนี้ จะใช้ในรถไฟดีเซลรางชองการรถไฟแห่งประเทศไทย และ รถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สาย Phaya Thai Express ที่สถานีพญาไทเท่านั้น

นอกจากนี้ หากประตูชุดใด ที่ไม่ทำการเปิดใช้ หรือมีเหตุขัดข้อง จะมีไฟแจ้งสถานะ “DOOR NOT IN USE” ปรากฏขึ้น


ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย ผู้โดยสารทุกท่าน ไม่ควรยืนพิง หรือยืนกีดขวางบริเวณประตู และเมื่อได้ยินสัญญาณเสียงเตือนปิดประตู รบกวนรอขบวนถัดไปครับ

8/4/2557
BKK Trains.com :: Bangkok Trains Network and Community

Offline connadospeed

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
อ่านเเล้วได้ความรู้มากเลยนะครับ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่า

Offline blueHawksssz

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
ยอดเยี่ยมที่สุดเลย

Offline z250cb300f

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
มีปรโยชน์จริงๆ

Offline yuvapat

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
ความรู้ใหม่เลย

Offline Yugimikumi

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
จริงๆ น่าจะใช้มาตรฐานเดียวกับที่ญี่ปุ่นนะครับผม


Offline Switchat

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
มาตรฐานสูงดี

Offline nuning

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 753
  • คะแนน : 0
คาสิโนออนไลน์


ระบบออดีมากคะ