BKK Trains.com

Author Topic: การคิดค่าโดยสารในระบบขนส่งมวลชน (Fare structure)  (Read 4042 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline bkktrains.com

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • Posts: 80
  • คะแนน : 0
  • BKK Trains.com Admin
    • BKK Trains.com :: Bangkok Trains Network and Community
การคิดค่าโดยสารในระบบขนส่งมวลชน (Fare structure)


ค่าโดยสาร (Fare) คือ ค่าธรรมเนียมในการเดินทางที่ผู้โดยสาร จะต้องชำระให้กับผู้ให้บริการการขนส่งนั้นๆ ซึ่งผู้ให้บริการแต่ละราย จะมีวิธีและอัตราในการเก็บค่าโดยสารที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เป็นธรรมแก่ผู้โดยสาร และผลประโยชน์ที่คุ้มค่ากับต้นทุนของผู้ให้บริการ โดยในปัจจุบันนั้นการคิดอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งมวลชนนั้น จะมีอยู่ 4 รูปแบบหลักๆ ด้วยกัน

1.   การเก็บค่าโดยสารแบบอัตราเดียวตลอดสาย (Flat rate fare structure)

- การเก็บค่าโดยสารแบบอัตราเดียวตลอดสายนั้น ผู้ให้บริการ จะดำเนินการจัดเก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสารทุกคนในอัตราเดียวกันทั้งหมด ไม่ว่าผู้โดยสารจะขึ้นจากจุดไหน เดินทางใกล้หรือไกล จะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารในอัตราเดียวกันทั้งหมด

ตัวอย่าง : รถโดยสารประจำทาง ขสมก. สีครีม-แดง (รถร้อน), รถไฟฟ้า BTS (ส่วนต่อขยายของ กทม.), รถไฟฟ้า Airport Rail Link Express Line



2.   การเก็บค่าโดยสารแบบเพิ่มขึ้นตามระยะทาง (Distance-based fare structure)

- การเก็บค่าโดยสารแบบเพิ่มขึ้นตามระยะทางนั้น ผู้ให้บริการจะดำเนินการจัดเก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสาร โดยคำนวณจากระยะทางที่ผู้โดยสารใช้ในการเดินทางจริง ดังนั้นในการจัดเก็บค่าโดยสารในรูปแบบนี้ ผู้โดยสารแต่ละคนจะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารไม่เท่ากัน หากไม่ได้เริ่มต้นการเดินทางและสิ้นสุดการเดินทางที่จุดเดียวกัน ค่าโดยสารจะถูกเรียกเก็บเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากระยะทางการเดินทางเพิ่มขึ้น แต่ในบางครั้ง ผู้ให้บริการอาจจะมีการกำหนดค่าโดยสารต่ำสุดและสูงสุดไว้ได้ เช่น เริ่มต้น 4 กิโลเมตรแรก 11 บาท, ทุกๆ 4 กิโลเมตรขึ้นไป เรียกเก็บเพิ่ม 2 บาท, เกิน 26 กิโลเมตรขึ้นไป 23 บาท เป็นต้น ดังนั้น ในการจัดเก็บค่าโดยสารรูปแบบนี้ ในบางครั้ง ผู้โดยสารเดินทางเพียง 1 สถานี แต่ระยะห่างระหว่างสถานีมากกว่าระยะห่างของช่วงสถานีปกติ ผู้โดยสารจึงจะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารเทียบเท่ากับการเดินทาง 2 สถานี

ตัวอย่าง : รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ขสมก., รถไฟฟ้า BTS (ส่วนสัมปทาน BTS), รถไฟฟ้า MRT


รูปที่ 1 : แสดงการจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง ของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศยูโรทู องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ


รูปที่ 2 : ตารางแสดงค่าโดยสารตามระยะทาง ของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศยูโรทู องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ



3.   การเก็บค่าโดยสารแบบเพิ่มขึ้นตามจำนวนสถานีที่เดินทาง (No. of passing station-based fare structure)

- การเก็บค่าโดยสารแบบเพิ่มขึ้นตามจำนวนสถานีที่เดินทางนั้น ผู้ให้บริการจะดำเนินการจัดเก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสาร โดยคำนวณจากจำนวนสถานีที่ผู้โดยสารใช้ในการเดินทางจริง โดยไม่สนใจว่า ระยะห่างของแต่ละสถานีนี จะมีระยะทางเท่ากันหรือใกล้เคียงหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นในการจัดเก็บค่าโดยสารในรูปแบบนี้ ผู้โดยสารแต่ละคนจะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารไม่เท่ากัน หากไม่ได้เริ่มต้นการเดินทางและสิ้นสุดการเดินทางที่สถานีเดียวกัน ค่าโดยสารจะถูกเรียกเก็บเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากจำนวนสถานีที่มีการเดินทางผ่านเพิ่มขึ้น แต่ในบางครั้ง ผู้ให้บริการอาจจะมีการกำหนดค่าโดยสารต่ำสุดและสูงสุดไว้ได้ เช่น สถานีแรก 15 บาท และเพิ่มขึ้นสถานีละ 5 บาท เป็นต้น

ตัวอย่าง : รถไฟฟ้า Airport Rail Link City Line



4.   การเก็บค่าโดยสารแบบแยกเขตการเดินทาง (Zoning-based fare structure)

- การจัดเก็บค่าโดยสารแบบแยกเขตการเดินทาง ผู้ให้บริการ หรือเจ้าของสัมปทาน จะแบ่งเมืองที่มีเส้นทางขนส่งมวลชนครอบคลุมอยู่ออกเป็นเขตการเดินทาง (Zone) และกำหนดอัตราค่าโดยสารในการเดินทางภายในและระหว่างเขตการเดินทางไว้ โดยในแต่ละเขต จะประกอบไปด้วยสถานีหลายๆ สถานี ทั้งที่อยู่ในเส้นทางเดียวกัน หรือไม่อยู่ในเส้นทางเดียวกันก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ เมื่อผู้โดยสารเข้าและออกที่สถานีที่อยู่ในเขต (Zone) จะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารในอัตราเท่ากัน ไม่ว่าจะเดินทางเป็นระยะทางไกลแค่ไหนก็ตาม และในกรณีเดินทางระหว่างเขตการเดินทางจะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารในอีกอัตราหนึ่ง

เช่น สถานี A, B, C และ D อยู่ในเขตการเดินทางที่ 1 สถานี E, F, G, H อยู่ในเขตการเดินทางที่ 2 กำหนดอัตราค่าโดยสารในเขตการเดินทางที่ 1 เท่ากับ 15 บาท, อัตราค่าโดยสารในเขตการเดินทางที่ 2 เท่ากับ 20 บาท, อัตราค่าโดยสารระหว่างเขตการเดินทาง เท่ากับ 25 บาท
1.   หากต้องการเดินทางระหว่างสถานี A และ C ซึ่งสถานีทั้งสอง อยู่ในเขตการเดินทางที่ 1 จะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารในราคา 15 บาท
2.   หากต้องการเดินทางระหว่างสถานี E และ H ซึ่งสถานีทั้งสอง อยู่ในเขตการเดินทางที่ 2 จะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารในราคา 20 บาท
3.   หากต้องการเดินทางระหว่างสถานี B และ G ซึ่งเป็นการเดินทางข้ามเขตการเดินทาง จะถูกเรียกเก็บค่าโดยสารในราคา 25 บาท

- ทั้งนี้ การจัดเก็บค่าโดยสารแบบแยกเขตการเดินทางนั้น จะต้องมีเส้นทางที่ครอบคลุมไปยังทุกส่วนของเมือง และมีการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง : London Underground


รูปที่ 3 : แสดงการจัดเขตการเดินทาง (Zone) ของ London Undergound
BKK Trains.com :: Bangkok Trains Network and Community

Offline Fadithai

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
ช่วงนี้ใช้แต่รถไฟในกรุงเทพคะสะดวกไว้มากเลยเดี๋ยวนี้

Offline Hongsaama

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
รายละเอียดครบถ้วนจริงๆเลยครับผม

Offline Imiovimoning

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
ไม่ยากและไม่ง่ายเลยนะคะเนี่ย

Offline Pramookkap

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
ข้อมูลที่แชร์มามีประโยชน์มากครับ

Offline Pepsizaza

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์กับประชาชนจริงๆ

Offline Kerorona

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
  • คะแนน : 0
เป็นข้อมูลที่มีประโยน์ดีครับ